วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

กาเขียนรายงานเชิงวิชาการ

การเขียนรายงานเชิงวิชาการ
แบบทดสอบก่อนเรียน
1.ค
2.ง
3.ค
4.ก
5.ง
6.ข
7.ง
8.ง
9.ค
10.ก
กิจกรรมที่1:การเลือกเรื่องในการเขียนรายงานเชิงวิชาการ
1.ลักษณะการประพันธ์ของลิลิตตะเลงพ่าย
2.การทำยุทธหัตถีในเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย
3.คุณค่าของบทประพันธ์เรื่องลิลิตตะเลงพ่าย
4.คำศัพท์ในเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย
5.ลิลิตตะเลงพ่ายในฐานะวรรณคดีประวัติศาสตร์
6.ความเชื่อในเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย
กิจกรรมที่2 : ขอบเขตและทิศทาง
1.จุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาลักษณะและวิธีการประพันธ์ของลิลิตตะเลงพ่าย
   ขอบเขต หน้า50-63
2.จุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาการทำยุทธหัตถีในเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย
   ขอบเขต หน้า43-45
3.จุดมุ่งหมายเพื่อที่จะได้ทราบคุณค่าของบทประพันธ์ของเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย
   ขอบเขต หน้า48-49
4.จุดมุ่งหมาย เพื่อทราบคำศัพท์ต่างๆที่อยู่ในเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย
   ขอบเขต หน้า64-69
5..จุดมุ่งหมาย เพื่อที่จะศึกษาและทราบเรื่องราวของประวัติศาสตร์กับการทำสงคราม  
   ขอบเขต หน้า47-48
6.จุดมุ่งหมาย เพื่อทราบเรื่องราวของความเชื่อต่างๆของคนสมัยก่อนกับการทำศึกในลิลิตตะเลงพ่าย
   ขอบเขต หน้า51-63
กิจกรรมที่3
เรื่อง : โลหะปราสาทปูชนียสถานหนึ่งเดียวในโลก
อ้างอิง : สกุลไทย ปีที่40  ฉบับที่2053 (อังคารที่22กุมภาพันธ์ 2537) : หน้า61
เนื้อหา : พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯให้สร้างโลหะปราสาทขึ้นที่วัดราชนัดดาราม ทรงโปรดให้สร้างตามแบบลังกา และที่สำคัญเป็นโลหะปราสาทที่เหลืออยู่เพียงองค์เดียวในโลก เดิมถูกโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทยบดบัง แต่ปัจจุบันตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร
กิจกรรมที่4 : การวางโครงเรื่อง
1.ค
2.ข
3.ข
4.ก
5.ก
กิจกรรมที่5 : การเรียบเรียงเนื้อหา
1.ง
2.ง
3.ค
4.ก
5.ก
กิจกรรมที่6 : การเขียนบรรณานุกรม
1.การจัดเรียงรายละเอียดไม่ถูกต้อง
  1)สิทธา พินิจภูวดล,ประทีป วาทิตทินทร ร้อยกรอง นครหลวงกรุงเทพธนบุรี:โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง,๒๕๑๖
  2)บรรจบ พันธุเมธา "นิทานนานาชาติ" สตรีสาร๓๓(๒๕สิงหาคม๒๕๒๓)
  3)สมศิริ(นามแฝง).๒๕๑๑ คู่มือเลียงทารก.กรุงเทพมหานคร : แพร่พิทยา.
  4)สมศิริ(นามแฝง).๒๕๑๑ คู่มือเลียงทารก.กรุงเทพมหานคร : แพร่พิทยา.
  5)คึกฤทธิ์ ปราโมช,ม.ร.ว. "ซอยสวนพลู" สยามรัฐ(๒๗กันยายน๒๕๒๓) : ๗
2.จงเรียงลำดับบรรณานุกรมแต่ละเล่มให้ถูกต้องโดยนำเสนอเฉพาะหมายเลข
 5 2 1 3 4
แบบทดสอบหลังเรียน
1.ก
2.ค
3.ค
4.ง
5.ค
6.ข
7.ค
8.ข
9.ง

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

กฎของนิวตัน

กฎของนิวตัน

กฎข้อที่ 1 ของนิวตันจากการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จะพบว่าวัตถุที่วางนิ่งอยู่บนพื้นราบเรียบจะ อยู่นิ่งต่อไปถ้าไม่ออกแรงกับวัตถุนั้น เช่น

ก้อนหินที่วางบนพื้นเฉยๆ และวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ถ้าไม่มีการออกแรงกับวัตถุนั้น หรือออกแรง 2 แรงกับวัตถุนั้นในแรงที่เท่ากัน

และทิศตรงข้ามกันแล้ว วัตถุจะยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่เท่าเดิม เช่น เมื่อเราอยู่ในรถ แล้วรถเกิดเบรกกระทันหัน

ทำให้รถหยุดนิ่งอย่างรวดเร็ว นันคือ มีแรงจากการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และแรงเสียดทานในการเบรกในทิศตรงข้ามกัน

แต่ตัวเรายังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแม้รถจะหยุดแล้วก็ตาม กฎข้อที่ 1 ของนิวตัน เรียกอีกอย่างได้ว่า กฎความเฉื่อย


http://www.kanta.ac.th/media/sci/www.lesa.in.th/space/laws/newton/newton.htm

กฎข้อที่ 2 ของนิวตัน
     จากการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จะพบว่า วัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ เมื่อเราออกแรงผลัก หรือ ดึงวัตถุที่เคลื่อนที่อยู่นั้น ความเร็วจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ซึ่งเรียกว่า วัตถุมี ความเร่ง เช่น เมื่อเราขับรถอยู่ แล้วเหยียบคันเร่งให้รถวิงเร็วขึ้น ความเร็วที่เพิ่มขึ้น เกิดจากแรงของรถ ที่เรียกว่า

ความเร่งนั้นเอง และขนาดของความเร่งนั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของวัตถุนั้นด้วย โดยถ้า น้ำหนักของวัตถุ 2 วัตถุ เท่ากัน แต่ออกแรงให้วัตถุแต่ละวัตถุไม่เท่ากัน วัตถุที่ถูกออกแรงมากกว่าจะมีความเร่งมากกว่า และ

ถ้าออกแรงให้กับวัตถุ 2 วัตถุเท่ากัน ในขณะที่น้ำหนักทั้ง 2 วัตถุ ไม่เท่ากัน วัตถุที่น้ำหนักมากกว่าจะมีความเร่งน้อยกว่า วัตถุที่มีน้ำหนักน้อยกว่า

วัตถุที่เคลื่อนที่ตกจากที่สูง จะเคลื่อนที่ด้วยความร่งคงตัว แสดงว่า วัตถุนั้นต้องมีแรงกระทำอยู่ จึงทำให้วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง แรงที่ทำกับวัตถุนั้น เราเรียกว่า แรงดึงดูดของโลก หรือ แรงโน้มถ่วงของโลก และอาจเรียกได้อีกอย่างว่า น้ำหนักของวัตถุ

http://www.kanta.ac.th/media/sci/www.lesa.in.th/space/laws/newton/newton.htm


กฎข้อที่ 3 ของนิวตัน
    ในชีวิตประจำวันเราพบว่า เมื่อออกแรงกระทำกับวัตถุหนึ่ง วัตถุนั้นจะออกแรงตอบโต้กับแรงที่เรากระทำในทันที เช่น เราสวมรองเท้าสเก็ตแล้วหันหน้าเข้ากำแพง เมื่อเราออกแรงพลักกำแพง ตัวเราจะเคลื่อนที่ออกจากกำแพง นั้นแสดงว่า กำแพงต้องมีแรงกระทำต่อเราด้วย
      จากตัวอย่างนี้ เราเรียกแรงที่ เรากระทำต่อกำแพงว่า แรงกิริยา และเรียกแรงที่ กำแพงกระทำต่อเราว่า แรงปฏิกิริยา แรงทั้ง 2 นี้เรียกรวมกันว่า แรงคู่กิริยา - ปฏิกิริยา หรือ action - reaction pairs


http://www.kanta.ac.th/media/sci/www.lesa.in.th/space/laws/newton/newton.htm


แหล่งที่มาข้อมูล

http://variety.teenee.com/science/1792.html

สรุป

กฎข้อที่ 1 เมื่อมีแรงลัพธ์มากระทำต่อวัตถุ วัตถุจะมีค่าเป็น 0 หรือวัตถุอยู่นิ่ง
กฎข้อที่ 2 ความเร็วของวัตถุที่เพิ่มขึ้นและลดลงได้นั้น แสดงว่าวัตถุนั้นมีความเร่ง
กฎข้อที่ 3 จะมีแรงปฏิกิริยาอยู่ในทิศตรงข้ามกับแรงกระทำเสมอ